วันจันทร์, 3 ตุลาคม 2565

วิธีเล่นเกมไพ่บาคาร่า

วิธีเล่นเกมไพ่บาคาร่า

“บาคาร่า” ถือเป็นหนึ่งในเกมคาสิโนชั้นนำที่มีจำนวนผู้เล่นมากเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยสาเหตุที่ว่าเกมนี้เป็นเกมที่เล่นง่ายไม่มีกติกาซับซ้อน เน้นการวัดดวงเป็นหลัก จึงทำให้บาคาร่าเป็นเกมที่น่าสนุกตื่นเต้นและเล่นได้แบบไม่รู้เบื่อ ซึ่งสำหรับใครก็ตามที่อยากจะลองเล่นบาคาร่าดูบ้าง วันนี้เราก็จะมาสอนวิธีเล่นเกมไพ่บาคาร่าอย่างละเอียดให้กับทุกท่าน โดยวิธีเล่นจะมีดังนี้

กติกาพื้นฐานของเกมไพ่บาคาร่า

ตามกติกาพื้นฐานของเกมไพ่บาคาร่าจะมีการแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ “Player” และ “Banker” ซึ่งวิธีการเล่นก็คือให้ผู้เล่นวางเดิมพันระหว่าง Player กับ Banker ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ โดยทั้ง 2 ฝ่ายนี้จะต้องทำการวัดคะแนนหน้าไพ่กัน ใครได้แต้มไพ่สูงกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะไป (แต้มสูงสุดอยู่ที่ 9 แต้ม) อย่างไรก็ตามนอกจากการเดิมพันว่าฝ่ายไหนจะชนะแล้วผู้เล่นยังสามารถเดิมพันว่าทั้ งสองฝ่ายจะเสมอ หรือเดิมพันว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ไพ่คู่ได้อีกด้วย ซึ่งรวมแล้วผู้เล่นสามารถวางเดิมพันได้ถึง 5 รูปแบบดังนี้

  1. เดิมพันว่าฝ่าย “Player” ชนะ (“Player” ได้แต้มสูงกว่า “Banker”)
  2. เดิมพันว่าฝ่าย “Banker” ชนะ (“Player” ได้แต้มต่ำกว่า “Banker”)
  3. เดิมพันว่า “Player” ได้ไพ่คู่ (ไพ่ 2 ใบของฝ่าย “Player” เป็นเลขเดียวกัน)
  4. เดิมพันว่า “Banker” ได้ไพ่คู่ (ไพ่ 2 ใบของฝ่าย “Banker” เป็นเลขเดียวกัน)
  5. เดิมพันเสมอ (ทั้ง “Player” และ “Banker” ได้แต้มเท่ากัน)

ลำดับการเล่นของเกมไพ่บาคาร่า

หลังจากรู้กติกาคร่าว ๆ แล้ว ต่อไปมาดูลำดับการเล่นของเกมไพ่บาคาร่ากัน

ขั้นที่ 1 – เริ่มแรกให้ผู้เล่นวางเดิมพันในฝ่ายที่ตัวเองต้องการ จากนั้นเมื่อหมดเวลาเดิมพัน ทางคาสิโนจะทำการแจกไพ่ให้กับ “Player” และ “Banker” ฝ่ายละ 2 ใบ โดยถ้าหากคุณวางเดิมพันไพ่คู่ก็จะสามารถรู้ผลได้ในขั้นนี้เลย

ขั้นที่ 2 – เมื่อแจกไพ่ครบแล้วให้แต่ละฝ่ายดูว่าตัวเองได้แต้มหน้าไพ่เท่าไหร่ โดยวิธีนับแต้มของเกมไพ่บาคาร่าจะมีความคล้ายคลึงกับการนับแต้มของไพ่ป๊อกเด้ง ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีความแตกต่างอยู่เล็กน้อยตามนี้
ไพ่ K Q J และ 10 มีค่าเท่ากับ 0 แต้ม
ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
ไพ่ใบอื่นๆ มีค่าตามเลขหน้าไพ่ เช่น ไพ่ 7 มีค่าเท่ากับ 7 แต้ม
แต้มสูงสุดในเกมไพ่บาคาร่าคือ 9 แต้ม ดังนั้นถ้าหากว่าไพ่มีแต้มเกิน 10 เช่น ได้ไพ่ 8 กับ 9 รวมกันมีค่าเท่ากับ 17 แต้ม จะนับแค่เลขตัวหลังเท่ากับมีค่าแค่ 7 แต้มเท่านั้น

ขั้นที่ 3 – เมื่อแต่ละฝ่ายรู้แต้มจากไพ่ 2 ใบของตัวเองแล้ว ให้ทำตามกฎการจั่วไพ่ของเกมบาคาร่าดังนี้ – ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Player มีแต้มรวมกันตั้งแต่ 0-5 แต้ม ฝั่ง Player ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Player มีแต้มรวมกันตั้งแต่ 6-7 แต้ม ถือว่า Player อยู่ ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Player มีแต้มรวมกันตั้งแต่ 8-9 แต้ม ถือว่า Player ป๊อก ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่มและฝั่ง Banker จะไม่มีสิทธิจับไพ่ใบที่ 3 แต่ไม่ได้หมายความว่าฝั่ง Player ชนะแล้ว เพราะฝั่ง Banker อาจจะได้แต้มเท่ากันหรือสูงกว่าตั้งแต่ 2 ใบก็ได้
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker มีแต้มรวมกันต่ำกว่าหรือเท่ากับ 2 แต้ม ให้จั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker มีแต้มรวมกัน เยอะกว่าไพ่ 3 ใบของฝั่งผู้เล่นรวมกัน Banker ชนะทันทีไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker มีแต้มรวมกัน น้อยกว่าไพ่ของฝั่งผู้เล่นและไพ่ของฝั่งผู้เล่นเป็นป๊อก Banker แพ้ทันที
– ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker มีแต้มรวมกันเท่ากับ 7 แต้ม ถือว่า Banker อยู่ ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม – ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker มีแต้มรวมกันตั้งแต่ 8-9 แต้ม ถือว่า Banker ป๊อก ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

ขั้นที่ 4

เมื่อทางคาสิโนแจกไพ่ให้กับทั้งสองฝ่ายครบทุกใบตามกฎการจั่วไพ่ของบาคาร่าแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะทำการวัดคะแนนกันซึ่งฝ่ายที่ได้คะแนนมากกว่าก็จะชนะไป และทางคาสิโนก็จะทำการแจกจ่ายเงินให้กับผู้เล่นที่ชนะเดิมพัน